JOURNAL
A MODEL OF PHYSICAL EDUCATION TEACHERS' TEACHING PROVISION COMPETENCY FOR PRIMARY STUDENTS' HEALTH PROMOTION
รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของครูพลศึกษาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพแก่นักเรียนประถมศึกษา

~~The purposes of this research were to 1) Study the context and needs assessment to develop teaching provision competency of teacher physical education 2) Create and finding a quality of a model 3) Implement and study efficacy of a model. The research was divided into three steps: First step: to study the context and needs assessment to develop teaching provision competency using by 321 samples who was a physical education teachers in 8 provinces of The Upper Northern of Thailand. The questionnaire was instrument to survey. Percentage, mean, standard deviation and Modified Priority Need Index were applied for data analysis. Second step: to develop and evaluate the quality of model. The research instrument was evaluation the quality questionnaire, judgment by 8 experts. Mean and standard deviation were applied for data analysis. Third step: to implement and study efficacy of the model. The research instruments were evaluated a physical education teachers teaching provision competency and primary students’ health questionnaires. Percentage, mean, standard deviation and Modified Priority Need Index were applied for data analysis and Z - test by Wilcoxon Sign Ranks Test.
The results were found 1) The context of primary schools were found the number of physical education teachers was not enough. This serious issue seemed to force other teachers to teach for physical classes. 5% of students had overweight and 4% lower physical fitness than standard. Physical education teachers got an over workload and they were teach physical classes and another subjects. The priority needs index of the developing teaching provision competency to analyzing the context was the highest purpose. 2) A Physical Education Teachers' Teaching Provision Competency Development Model included 3 factors:  First, the direction of development, Second, development processes such as Paradigm Shift & Study to Lesson Plan, Approaches to fieldwork & Mentoring, Sharing & Lesson Learned, and Third, development evaluation. The quality of the model adjusted by 8 experts at a high level. And
3) The efficacy of the model after using at a high level and Physical Education Teacher Teaching Provision Competency had significance at the 0.01 level. Primary students’ health included physical, social, mental and intelligent were better than before using the model. The effectiveness of the model adjusted by Physical Education Teacher samples at a high level. Therefore, a model could used to develop Physical Education Teachers' Teaching Provision Competency.
 

~~การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อ 1) ศึกษาบริบท และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะการ
จัดการเรียนการสอนของครูพลศึกษา 2) สร้างและหาคุณภาพของรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของครูพลศึกษา 3) ทดลองใช้และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของครูพลศึกษา แบ่งเป็น  3 ขั้น คือ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาบริบท และความต้องการจำเป็นในการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนการสอน กลุ่มตัวอย่างเป็นครูพลศึกษาใน 8 จังหวัดภาคเหนือตอนบน จำนวน 321 คน เครื่องมือเป็นแบบสอบถาม วิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และดัชนีจัดเรียงลำดับความต้องการจำเป็น ขั้นตอนที่ 2 สร้างและหาคุณภาพของรูปแบบการพัฒนาฯ เครื่องมือเป็นแบบประเมินคุณภาพโดยผู้ทรงคุณวุฒิ 8 ท่าน วิเคราะห์ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และวิเคราะห์เนื้อหา ขั้นตอนที่ 3 ทดลองใช้และศึกษาประสิทธิผลของรูปแบบการพัฒนากับครูพลศึกษา 12 คน นักเรียน 289 คน เครื่องมือเป็นแบบประเมินสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของครูพลศึกษา และแบบประเมินสุขภาพของนักเรียน วิเคราะห์ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าซี โดยใช้ Wilcoxon Sign Ranks Test
 ผลการวิจัยพบว่า 1) โรงเรียนประถมศึกษาส่วนใหญ่มีครูพลศึกษาไม่เพียงพอ จึงจัดครูที่ไม่จบพลศึกษาเป็นผู้สอน ส่วนนักเรียนมีน้ำหนักเกินเกณฑ์ร้อยละ 5 และร้อยละ 4 มีสมรรถภาพทางกายต่ำกว่าเกณฑ์ ครูพลศึกษาส่วนใหญ่สอนหลายชั้น หลายวิชา และมีความต้องการพัฒนาสมรรถนะด้านการวิเคราะห์สภาพทั่วไปของสื่อ สิ่งสนับสนุน เป็นลำดับแรก รองลงมาเป็นการสะท้อนผลการสอน การวัดและประเมินผลผู้เรียน การจัดทำแผนการจัดการเรียนรู้ การปฏิบัติการสอน ตามลำดับ 2) รูปแบบการพัฒนาสมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของครูพลศึกษาเพื่อสร้างเสริมสุขภาพแก่นักเรียนประถมศึกษา มี 3 องค์ประกอบคือ องค์ประกอบที่ 1 ทิศทางการพัฒนา องค์ประกอบที่ 2 กระบวนการพัฒนา มี 3 ขั้น คือ ขั้นที่ 1 ปรับกระบวนทัศน์ พัฒนาความรู้สู่แผน ขั้นที่ 2 ลงสู่ภาคสนาม ให้คำปรึกษาดูแล ขั้นที่ 3 แลกเปลี่ยนเรียนรู้ ถอดบทเรียน และองค์ประกอบที่ 3 การประเมินผลการพัฒนา  คุณภาพโดยรวมของรูปแบบจากการประเมินของผู้ทรงคุณวุฒิ อยู่ในระดับมาก และ      3) ผลการใช้รูปแบบที่มีต่อ สมรรถนะการจัดการเรียนการสอนของครูพลศึกษาก่อนกับหลังการพัฒนา แตกต่างกันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ส่วนสุขภาพนักเรียนทั้งร่างกาย อารมณ์ สังคม และปัญญา มีแนวโน้มดีขึ้น และประสิทธิภาพของรูปแบบโดยรวมตามความคิดเห็นของครูพลศึกษากลุ่มตัวอย่างอยู่ในระดับมากที่สุด ดังนั้น ควรมีการประยุกต์ใช้รูปแบบการพัฒนากับครูที่สอนพลศึกษาเพื่อส่งเสริมสุขภาพแก่ผู้เรียน
 

Full Paper as PDF