JOURNAL
EFFECTS OF TRADITIONAL PLAYS ACTIVITY ON PHYSICAL FITNESS, ENERGY EXPENDITURE OF SCHOOL-CHILDREN AGES 9-11
ผลการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านต่อสมรรถภาพทางกาย อัตราการใช้พลังงาน ของเด็กนักเรียนอายุ 9-11 ปี

~~The purposes of this research were to developing teacher’ teaching provision competency using traditional play for primary student’ health-related fitness and energy expenditure. Participants were physical education teachers and 60 students aged between 9-11 years of Sanmahaphonwitthaya School, Maetang District, Chiang Mai. They are divided into control group (n=30) and experimental group (n=30). The researchers had planned with physical education teachers by selected 10 traditional plays game for developing lesson and plan with 5 activities including 2 or 3 game each. The course of physical training program for 12 weeks, 2 days a week, for 60 minutes a day. The participants were records of behavior observation along with comments and the descriptive subject matter has been summarized for qualitative data. Health-related fitness test were measured before and after training on the sixth and twelfth week. Mean differences between groups were analyzed by using Independent t-test. In addition, one-way ANOVA with repeated measure was used to examine time effect of the interventions. The energy expenditure has recorded in class of traditional children games activity.
 The results showed that physical education teachers’ teaching provision competency better than before study. They are capable of developing lesson through traditional plays which is the cause of student’ health-related fitness development. The physical fitness of male students is shown that the body mass index and the arm strength had improved during the sixth and twelfth week. As well as the improving of body flexibility and cardiorespiratory endurance which are better than the controlled group in the twelfth week (p<.05). In female students, the agility is better that the controlled group since the sixth and twelfth week. Moreover, abdominal and arm muscles strength were improved and better than the controlled group in the twelfth week (p<.01). All activities have energy expenditure (Kilocalories) per hour at a high level. Especially the Single leg bunny game and the Horse riding pulling the hat game that have distance moves and percentages of activity at moderate to vigorous level, even higher than other activities.
Conclusion, physical education teachers can use traditional plays promotion Health-related fitness of student. By doing research, plan and teaching practices with traditional plays in order to improve student’s physical fitness and energy expenditure according to life course.
 

~~งานวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อส่งเสริมครูพลศึกษาให้สามารถใช้กิจกรรมทางกายประเภทการละเล่นพื้นบ้านเพื่อพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาพและอัตราการใช้พลังงานของเด็กนักเรียน อายุ 9-11 ปี กลุ่มเป้าหมายในการศึกษานี้คือครูผู้สอนวิชาพลศึกษา และนักเรียนชั้นประถมศึกษาปีที่ 4 อายุ    9-11 ปี ของโรงเรียนสันมหาพนวิทยา อำเภอแม่แตง จังหวัดเชียงใหม่  จำนวน 60 คน แบ่งเป็น กลุ่มควบคุม 30 คน และ กลุ่มทดลอง 30 คน ผู้วิจัยวางแผนร่วมกับครูพลศึกษาในการคัดเลือก 10 การละเล่น เพื่อพัฒนาแผนการจัดกิจกรรมการเรียนรู้ จำนวน 5 กิจกรรม ๆ ละ 2 หรือ 3 การละเล่น จัดกิจกรรมเป็นเวลา 12 สัปดาห์ 2 วันต่อสัปดาห์ 60 นาที ต่อวัน ทำการจดบันทึกข้อมูลจากการสังเกตพฤติกรรมการจัดกิจกรรมและสัมภาษณ์ความคิดเห็น ของผู้เข้าร่วมกิจกรรม เพื่อสรุปประเด็นบรรยายเชิงพรรณนาสำหรับข้อมูลเชิงคุณภาพ และทำการทดสอบสมรรถภาพทางกายที่สัมพันธ์กับสุขภาพของนักเรียนในช่วงก่อนการทดลอง หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 6 และสัปดาห์ที่ 12 วิเคราะห์ความแตกต่างของตัวแปรระหว่างกลุ่มด้วยสถิติ Independent t-test และเปรียบเทียบผลของระยะเวลาในการทำกิจกรรมภายในกลุ่มด้วยการวิเคราะห์ความแปรปรวนทางเดียวชนิดวัดซ้ำ และวัดอัตราการใช้พลังงานในแต่ละกิจกรรมในคาบเรียนที่มีการจัดกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน            
ผลการทดลองพบว่า ครูพลศึกษามีความสามารถในการจัดกิจกรรมทางกายโดยใช้การละเล่นพื้นบ้านส่งผลให้เกิดการพัฒนาสมรรถภาพทางกายที่มีความสัมพันธ์กับสุขภาพของเด็กนักเรียนได้ ซึ่งนักเรียนชายกลุ่มทดลอง มีดัชนีมวลกายและความแข็งแรงของแขนพัฒนาดีขึ้นเป็นลำดับตั้งแต่หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 6 ถึงสัปดาห์ที่ 12 และมีความอ่อนตัว และความทนทานของหัวใจและการหายใจ ดีขึ้นและดีกว่ากลุ่มควบคุมในสัปดาห์ที่ 12 (p<.05) ในนักเรียนหญิงกลุ่มทดลอง พบว่ามีความคล่องแคล่วว่องไวดีกว่ากลุ่มควบคุมตั้งแต่หลังการทดลองสัปดาห์ที่ 6 และสัปดาห์ที่ 12 และในสัปดาห์ที่ 12 ยังพบว่ามีการพัฒนาความแข็งแรงของกล้ามเนื้อท้องและกล้ามเนื้อแขนดีขึ้นและดีกว่ากลุ่มควบคุม (p<.01) ส่วนผลของอัตราการใช้พลังงานจากการปฏิบัติกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้าน พบว่ากิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านทั้ง 5 กิจกรรมมีอัตราการใช้พลังงานต่อชั่วโมงในระดับสูง โดยเฉพาะอย่างยิ่งกิจกรรมกระต่ายขาเดียวและขี่ม้าชิงหมวก มีอัตราการใช้พลังงาน ระยะทางการเคลื่อนที่ และเปอร์เซ็นต์ความถี่สะสมในการทำกิจกรรมระดับปานกลางถึงระดับหนักมาก มากกว่ากิจกรรมอื่น ๆ
สรุปได้ว่าครูพลศึกษาสามารถใช้กิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านเป็นสื่อในการพัฒนาสมรรถภาพทางกายของนักเรียนได้ โดยครูสามารถค้นคว้าข้อมูล วางแผนและปฏิบัติการสอนด้วยกิจกรรมการละเล่นพื้นบ้านได้เป็นอย่างดี และส่งผลให้นักเรียนมีสมรรถภาพทางกายที่ดีขึ้น มีอัตราการใช้พลังงานที่เหมาะสมตามวัย
 

Full Paper as PDF