JOURNAL
DEVELOPING INSTRUMENT FOR PROMOTING COMPETENCY OF RECREATION LEADER
การพัฒนาเครื่องมือเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้นำนันทนาการ

The purposes of this research were to investigate the competency of direct-service recreational leaders in programming, and to examine to effect of participation in the program for promoting direct-service recreational leaders competency in programming. Sixty nine samples were select by purposive random from higher education students majoring in recreation. There were 35 students in experiment group, and 34 in control group. Samples for extended study the effect of the program were 30 students in Srinakharinwirot University, 31 in Kasetsart University, 33 in Institute of Physical Education – Bangkok, 32 in Institute of Physical Education – Chonburi, and 32 in Bansomdejchaopraya Rajabhat University. 

            The research instruments included: 1) the Evaluation of Recreational Leader Competency in Programming (IOC = 0.60 – 1.0); 2) the Assessment of Translation Validation (IOC = 0.60 – 1.0); 3) the Test of Knowledge, Comprehensive and Analysis Recreation Programming – item difficulty = 0.47 – 0.60, discrimination power = 0.38 – 1.00, and reliability = 0.8; 4) the Manual of Using Program possessed appropriate application at 3.9 (4 scales), and IOC = 1.0; 5) the Questionnaire for Evaluating Satisfaction of Participated in Program – IOC = 0.60 – 1.0; and 6) Evaluation of Activity Engagement during Participated in Program. Data were analyzed by frequency, mean, standard deviation, and t-test.

            Findings were revealed that: 1) the mean score of recreation leaders competency in programming of the experimental group after participated in the program increased more than before participation at 0.5 in statistics; 2) the experimental group had higher mean score in recreation leaders competency in programming than the control group after participated in the program.

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาสมรรถนะผู้นำนันทนาการขั้นปฏิบัติการด้านการจัดโปรแกรม และผลการเข้าร่วมโปรแกรมเพื่อเสริมสร้างสมรรถนะผู้นำนันทนาการขั้นปฏิบัติการด้านการจัดโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างที่ทดลองโปรแกรมฯได้จากการเลือกเจาะจงจากนักศึกษาสาขาวิชานันทนาการจำนวน 69 คน แบ่งเป็นกลุ่มทดลอง 35 คน และกลุ่มควบคุม 34 คน กลุ่มตัวอย่างที่ใช้ในการขยายผลการใช้โปรแกรมฯ เป็นนักศึกษาจากมหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ 30 คนมหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ 31 คน สถาบันการพลศึกษากรุงเทพฯ 33 คน สถาบันการพลศึกษาชลบุรี 32 คน และมหาวิทยาลัยราชภัฎบ้านสมเด็จเจ้าพระยา 32 คน

             เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยประกอบด้วย 1) แบบประเมินสมรรถนะผู้นำนันทนาการด้านการจัดโปรแกรม มีค่า IOC ระหว่าง 0.60 – 1.0 2) แบบประเมินความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาในการแปล มีค่า IOC ระหว่าง 0.60 – 1.0 3) แบบทดสอบความรู้ความเข้าใจและวิเคราะห์โปรแกรมฯ มีค่าความยากง่าย 0.47 – 0.60 ค่าอำนาจจำแนก 0.38 – 1.0 และค่าความเชื่อมั่น 0.81 4) แบบประเมินความเหมาะสมของคู่มือการใช้โปรแกรมฯ มีค่า 3.9 และมีค่าดัชนีความสอดคล้องเท่ากับ 1.0 5) แบบสอบถามประเมินความพึงพอใจในการเข้าร่วมโปรแกรมฯ มีค่า IOC เท่ากับ 0.60 – 1.0 และ6) แบบประเมินผลงานการปฏิบัติกิจกรรมระหว่างการเข้าร่วมโปรแกรมฯ วิเคราะห์ข้อมูลใช้ค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบที

            ผลการวิจัยพบว่า 1) คะแนนทดสอบสมรรถนะผู้นำนันทนาการด้านการจัดโปรแกรมของกลุ่มทดลอง หลังการเข้าร่วมโปรแกรมฯ มีค่าเฉลี่ยสูงกว่าก่อนเข้าร่วมอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 2) หลังการทดลอง กลุ่มทดลองมีคะแนนเฉลี่ยในสมรรถนะผู้นำนันทนาการสูงกว่ากลุ่มควบคุม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.5

Full Paper as PDF