JOURNAL
EFFECTS OF STEP AEROBIC EXERCISE ON BODY COMPOSITION AND BALANCE IN PREMENOPAUSAL WOMAN
ผลของการออกกำลังกาย สเตปแอโรบิก ที่มีผลต่อ องค์ประกอบของร่างกาย

~~The purpose of this research was to examine the effect of aerobic step exercise program on body composition and balance of premenopausal females. The samples consisting 52 females from Chulalongkorn University aged between 35-45 years.  Subjects were divided into two groups with 26 female in an experimental group and 26 females in the control group by simple random sampling method.  The participants in the experimental group participated in an Aerobic step exercise program while wearing heart rate monitors.  The exercise speed was determined by the rhythm of the music. The intensity is 50%-80% of a maximum heart rate. The experimental groups performed 50 minutes a day, 3 days a week. The control group did not participate in an Aerobic step exercise program. The data collected were physiology test, body composition and balance ability. The data were collected before and after experiment and were analyzed by paired samples t-test and independent samples t-test. The significant level was set at .05 level.
Results of the study were shown as follows; After the 8 week-experiment training, the step aerobic exercise group had significantly decreased in resting heart rate and fat mass (p<.05). Muscle mass and balance on normal stability improved significantly only in the step aerobic exercise group as compared with pretest and control group (p<.05). The aerobic step training had positive effect on balance and body composition. This is therefore a good exercise choice for premenopausal people and can help reduce the risks of falling in women in particular
 

~~การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของการฝึกการออกกำลังกายสเตปแอโรบิกที่มีผลต่อ องค์ประกอบของร่างกาย และการทรงตัวในสตรีวัยก่อนหมดประจำเดือน กลุ่มตัวอย่างคือ สตรีวัยก่อนหมดประจำเดือนที่มีอายุระหว่าง 35-45 ปี และเป็นบุคลากรภายในจุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัยจำนวน 52 คน และได้มีการเลือกกลุ่มตัวอย่างด้วยวิธีสุ่มอย่างง่าย (Simple random sampling )โดยแบ่งออกเป็นกลุ่มฝึกออกกำลังกายสเตปแอโรบิก 26 คน และกลุ่มควบคุม 26 คน โดยกลุ่มฝึก ทำการฝึกออกกำลังกายโดยใช้จังหวะดนตรี เป็นตัวกำหนดความเร็วในการกระโดด พร้อมกับคาดเครื่องวัดอัตราการเต้นของหัวใจ (Heart rate monitor) ซึ่งความหนักของการออกกำลังกายคือ 50%-80%ของอัตราการเต้นหัวใจสูงสุด โดยกลุ่มทดลองทำการออกกำลังกายเป็นเวลา 50 นาทีต่อวัน สัปดาห์ละ 3 วัน กลุ่มควบคุมไม่ต้องทำการฝึกสเตปแอโรบิก แล้วดำเนินการเก็บข้อมูลทั้งก่อนการทดลองและหลังการทดลอง คือ ทดสอบทางสรีรวิทยา องค์ประกอบของร่างกาย และความสามารถในการทรงตัว นำผลที่ได้จากการทดลองทั้งก่อนการทดลองและหลังการทดลองของกลุ่มทดลองและกลุ่มควบคุมมาวิเคราะห์หาความแตกต่างด้วยวิธี paired samples t-test และ independent samples t-test อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
ผลการวิจัยพบว่า
ภายหลังการทดลอง 8 สัปดาห์ ในกลุ่มออกกำลังกายสเตปแอโรบิกมีการลดลง ของอัตราการเต้นของหัวใจขณะพัก และมวลไขมันอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05 ส่วนมวลกล้ามเนื้อ และความสามารถในการทรงตัวบนพื้นแข็งที่มีลักษณะปกติ มีการพัฒนาดีขึ้นอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติในกลุ่มออกกำลังกายสเตปแอโรบิกเท่านั้น เมื่อเปรียบเทียบกับการทดสอบก่อนการทดลองและกลุ่มควบคุม ที่ระดับนัยสำคัญทางสถิติ .05
จากผลการวิจัยสรุปได้ว่า การออกกำลังกายเสตปแอโรบิกนั้นส่งผลที่ดีต่อการพัฒนาความสามารถในการทรงตัว และองค์ประกอบของร่างกาย จึงเป็นทางเลือกที่ดีในการออกกำลังกายเพื่อสุขภาพและช่วยลดอุบัติการณ์ของการเกิดกระดูกหักจากการหกล้มของสตรีได้
 

Full Paper as PDF