JOURNAL
THE DEVELOPMENT OF LEISURE EDUCATION PROGRAM FOR CHILDREN UPPER ELEMENTARY SCHOOL STUDENTS IN WELFARE INSTITUTE
การพัฒนาโปรแกรมการศึกษาการใช้เวลาว่างสำหรับเด็ก ชั้นประถมศึกษาตอนปลายในสถานสงเคราะห์

The purposes of this research were to develop leisure education program for children in welfare institute, and to study effects of participation on the program. Samples participated in leisure education program were selected by purposive sampling: 30 upper elementary school students. The research design was One Group Pretest – Posttest Design. The research instruments included: 1) leisure education program for children in upper elementary school students; 2) leisure in self- awareness evaluation; 3) leisure involvement evaluation; and 4) needs in developing leisure skills structured interview form. The data were analyzed by using percentage, mean, standard deviation and t-test.

            The results of this research were as follows :
            1. Experts evaluated leisure education program manual  for children in upper elementary school students in welfare institute was in very good quality and the item-object congruence was in the range of 0.80 – 1.00.
            2. Leisure involvement scores in leisure education program of children in upper elementary school students in welfare institute were increased significantly both overall and each item at .05 Level.
            3. Self awareness in leisure scores of children in upper elementary school students in welfare institute were increased significantly both overall and each item at .05 Level.
            4. Learning outcomes and leisure skills of children in upper elementary school students in welfare institute were pass 80 percent of criteria.

การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อการพัฒนาโปรแกรมการศึกษาการใช้เวลาว่างสำหรับเด็กระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายในสถานสงเคราะห์ และศึกษาผลของการเข้าร่วมโปรแกรม กลุ่มตัวอย่างที่เข้าร่วมโปรแกรมการศึกษาการใช้เวลาว่าง เป็นเด็กระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลาย จำนวน 30 คน โดยการเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจง (Purposive Sampling) โดยใช้แผนการทดลองก่อน-หลังการทดสอบแบบกลุ่มเดียว เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัย ได้แก่ 1) โปรแกรมการศึกษาการใช้เวลาว่างสำหรับเด็กชั้นประถมศึกษาตอนปลายในสถานสงเคราะห์ 2) แบบประเมินการตระหนักรู้ในตนเองเกี่ยวกับการใช้เวลาว่าง 3) แบบประเมินการมีส่วนร่วมในการใช้เวลาว่าง และแบบสัมภาษณ์ความต้องการพัฒนาทักษะการใช้เวลาว่าง การวิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้ ความถี่ ค่าเฉลี่ย ค่าร้อยละ ค่าเบี่ยงเบนมาตรฐานและการสอบค่าที (t-test) ผลการวิจัยพบว่า

                1. ผลการประเมินคุณภาพคู่มือโปรแกรมการศึกษาการใช้เวลาว่างสำหรับเด็กระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายโดยผู้เชี่ยวชาญมีคุณภาพโดยรวมอยู่ในระดับดีมากและมีค่าพิสัยดัชนีความสอดคล้องรายข้อมีค่าระหว่าง 0.80 – 1.00  
            2. การมีส่วนร่วมในการใช้เวลาว่างของเด็กระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายในสถานสงเคราะห์สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมการศึกษาการใช้เวลาว่างทั้งโดยรวมและรายด้าน อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ .05
            3. การตระหนักรู้ในตนเองเกี่ยวกับการใช้เวลาว่างของเด็กระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายในสถานสงเคราะห์สูงกว่าก่อนเข้าร่วมโปรแกรมอย่างการศึกษาการใช้เวลาว่างทั้งโดยรวมและรายด้าน มีนัยสำคัญทาง

สถิติที่ระดับ .05
            4. ผลการเรียนรู้และทักษะการใช้เวลาว่างของเด็กระดับชั้นประถมศึกษาตอนปลายในสถานสงเคราะห์ผ่านเกณฑ์ ร้อยละ 80

Full Paper as PDF