JOURNAL
FACTORS ASSOCIATED WITH TUBERCULOSIS ILLNESS IN TYPE II DIABETES MELLITUS PATIENTS IN CHAIYAPHUM PROVINCE
ปัจจัยที่มีความสัมพันธ์ต่อการป่วยวัณโรค ในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 จังหวัดชัยภูมิ

Purpose : This research was an analytical research (Case-Control Study). The purposes of the research were to study personal characteristics factors, environments factors, and illness factors of type 2 diabetes patients who suffered from tuberculosis in Chaiyaphum province and to study the relationship between personal characteristic factors, environmental factors and illness factors of type 2 diabetes patients who suffered from tuberculosis.

Methods: The sample of 268 people was divided into groups of diabetic patients with tuberculosis (study group) and diabetic patients without tuberculosis (comparison group), each group was 134 people who were registered for Diabetic treatment in 15 public hospital, Chaiyaphum province, between the 2009-2011. Sampling was purposively selected group from all hospitals. There are both male and female and also age groups are similar between study groups and comparison groups. Data was collected by questionnaire and medical records between March to June, 2012. Chi-squared test was used to analyze the study for statistically significant at 0.05 level.

Results: The result of the research were shows that the factors of personal characteristics, such as smoking is related to of patients with type 2 diabetes who suffered from tuberculosis at a statistical significance level of 0.001 (χ2 = 13.714, p-value < 0.001)  The factors of environmental, such as take care patient tuberculosis and the touch/ proximity TB patients are related to of patients with type 2 diabetes who suffer from tuberculosis at a statistical significance level of 0.001 (χ2 = 4.779, p-value =0.029 , χ2 = 16.276,p-value < 0.001). The factors of illness, such as the hemoglobin A1c level which is more than 7%  and having congenital disease / other illnesses are related to of patients with type 2 diabetes who suffer from tuberculosis at a statistical significance level of 0.001 (χ2 = 118.21,p-value < 0.001, χ2 = 16.836, p-value < 0.001).

Conclusion: In summary, the related organization that should there have to use TB risk screening, no smoking campaign, educating the touch / proximity TB in diabetes patients who are low immune resistance. There is a significant need to monitor the treatment of diabetic patients with regularly screening hemoglobin A1c.

วัตถุประสงค์ การศึกษาวิจัยครั้งนี้เป็นการวิจัยเชิงวิเคราะห์แบบศึกษาย้อนหลัง (Case -Control Study)  โดยมีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษา ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านการเจ็บป่วย ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ที่ป่วยเป็นวัณโรค ในจังหวัดชัยภูมิ และเพื่อศึกษาความสัมพันธ์ ปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม และปัจจัยด้านการเจ็บป่วย ของผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 ต่อการป่วยเป็นวัณโรค

วิธีดำเนินการวิจัย ใช้กลุ่มตัวอย่างจำนวน 268 คน แบ่งเป็นกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ป่วยเป็นวัณโรค(กลุ่มศึกษา) และกลุ่มผู้ป่วยเบาหวานที่ไม่ป่วยเป็นวัณโรค(กลุ่มเปรียบเทียบ) กลุ่มละ 134 คน โดยเป็นผู้ป่วยที่ขึ้นทะเบียนรักษาเบาหวานและวัณโรคในโรงพยาบาลของรัฐในจังหวัดชัยภูมิ จำนวน 15 แห่ง ระหว่าง ปี พ.ศ. 2552 – 2554 คัดเลือกกลุ่มตัวอย่างแบบเจาะจงจากทุกโรงพยาบาล   เก็บข้อมูลด้วยแบบสัมภาษณ์ และแบบบันทึกเวชระเบียน ระหว่างเดือนมีนาคม – มิถุนายน 2555 วิเคราะห์หาความสัมพันธ์ด้วยสถิติไค-สแควร์ โดยกำหนดนัยสำคัญทางสถิติ ที่ระดับ 0.05

ผลการวิจัย ผลการศึกษาวิจัย พบว่ากลุ่มตัวอย่างมีจำนวนเพศหญิงและเพศชาย และกลุ่มอายุใกล้เคียงกันระหว่างกลุ่มศึกษา และกลุ่มเปรียบเทียบ  โดยพบว่าปัจจัยด้านลักษณะส่วนบุคคล ได้แก่ การสูบบุหรี่ มีความสัมพันธ์ต่อการป่วยเป็นวัณโรคในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ (χ2 = 13.714, p-value < 0.001)  ส่วนอายุ  การดื่มสุรา และค่าดัชนีมวลกาย  ไม่มีความสัมพันธ์ต่อการป่วยเป็นวัณโรคในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2   ปัจจัยด้านสิ่งแวดล้อม ได้แก่ การเคยดูแลผู้ป่วยวัณโรค และ การเคยสัมผัส/ใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรค มีความสัมพันธ์ต่อการป่วยเป็นวัณโรคในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(χ2 = 4.779, p-value =0.029 , χ2 = 16.276,p-value < 0.001)  ตามลำดับ  ส่วนการมีผู้ป่วยวัณโรคร่วมบ้าน ไม่มีความสัมพันธ์ต่อการป่วยเป็นวัณโรคในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2  ปัจจัยด้านการเจ็บป่วย ได้แก่ ค่าฮีโมโกลบินเอวันซี และการมีโรคประจำตัว/การเจ็บป่วยอื่นๆ ทั้งสองปัจจัย ต่างก็มีความสัมพันธ์ต่อการป่วยเป็นวัณโรคในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2  อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติ(χ2 = 118.21,p-value < 0.001, χ2 = 16.836, p-value < 0.001)  ส่วนปัจจัย ระยะเวลาการป่วยเป็นเบาหวาน และโรคแทรกซ้อนจากเบาหวาน  ไม่มีความสัมพันธ์ต่อการป่วยเป็นวัณโรคในผู้ป่วยเบาหวานชนิดที่ 2 

สรุปผลการวิจัย ผลการศึกษาวิจัยในครั้งนี้แสดงให้เห็นว่าหน่วยงานที่เกี่ยวข้องควรมีการคัดกรองความเสี่ยงวัณโรค การรณรงค์  งดสูบบุหรี่ การให้ความรู้กับผู้สัมผัส/ใกล้ชิดผู้ป่วยวัณโรค ใน กลุ่มผู้ป่วยเบาหวานซึ่งเป็นผู้ที่มีภูมิต้านทานโรคต่ำ และมีโอกาสเป็นวัณโรคสูง รวมถึงมีความจำเป็นอย่างมากในการติดตามผลการรักษาผู้ป่วยเบาหวานด้วยการตรวจหาค่าฮีโมโกลบินเอวันซีอย่างสม่ำเสมอ

Full Paper as PDF