JOURNAL
A DEVELOPMENT OF A MODEL OF EDUCATIONAL COUPON MANAGEMENT IN NORTHERN LEADING MAINSTREAMING SCHOOL.
การพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการคูปองการศึกษาของโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมในภาคเหนือ

Purpose This research was to develop of an appropriate model of educational coupon management in northern leading mainstreaming school.

Methods This research used technical research Delphi (Delphi Techniques), the research methodology is divided into three stages : Step 1 finding coupon management problems leading management school education in northern Step 2 using the Delphi research technique . The questionnaire asked 19 experts to create a model to create a model of management education voucher Step 3 Check the fit of model management, coupon management education leading schools in northern.

Results The results of this research were as follows:

1.  The problem of educational coupon management in northern leading mainstreaming school was 4 aspects; (1) Personnel found that school administrators and teachers lacked knowledge and understanding, more teaching loads, not on time and time not well spent, not serving the needs of special need children, and lack of awareness and attention on self-development, (2) Budget found that the budget approval was a delay, not on time, and not enough on educational management for special need children, (3) Material and Environment found that facilities provided, media, service, and other on education were not according, appropriate, enough to mainstreaming education, including prepare building was not appropriate on service for special need children, (4) Administration was not cooperation on learning for special need children, not conference, teacher assistant and medical profession were not enough, identification of disability type, service for accounting kor, knowledge and competency of teacher assistant, period of tutor service or rehabilitation, measurement and evaluation in learning.

2.  An appropriate model of educational coupon management in northern leading mainstreaming school was (1) Personnel should develop the workshop training, meeting, study visit, support an Independent Study, seminar and matching in mainstreaming school, (2) Budget should participate in budget procurement and promote teachers by self-instructional media, (3) Material and Environment should improve the building, environment, facilities, media, and services in the classroom to clean, safety, appropriate for activities and the tutor should arrange the individually classroom or special need children sit near teacher assistant, (4) Administration should set interdisciplinary team, coordination center, supervision, and monitoring in mainstreaming education, including make chart or grant chart and decrease teaching loads of special education teachers.

3.          An all model of educational coupon management in northern leading mainstreaming school were an appropriate.

วัตถุประสงค์ เพื่อพัฒนารูปแบบการบริหารจัดการคูปองการศึกษาที่เหมาะสมของโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมในภาคเหนือ

วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยครั้งนี้ ผู้วิจัยใช้เทคนิคการวิจัยแบบเดลฟาย (Delphi Techniques) โดยมีวิธีการวิจัย แบ่งเป็น 3 ขั้นตอน ได้แก่ ขั้นตอนที่ 1 ศึกษาปัญหาการบริหารจัดการคูปองการศึกษาของโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมในภาคเหนือ ขั้นตอนที่ 2 ใช้เทคนิคการวิจัยแบบเดลฟาย โดยใช้แบบสอบถามสอบถามผู้เชี่ยวชาญ จำนวน 19 คน เพื่อสร้างรูปแบบเพื่อสร้างรูปแบบการบริหารจัดการคูปองการศึกษา ขั้นตอนที่ 3 ตรวจสอบความเหมาะสมของรูปแบบการบริหารจัดการคูปองการศึกษาโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมในภาคเหนือ

ผลการวิจัย 

1. โรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมในภาคเหนือมีปัญหาในด้านการบริหารจัดการคูปองการศึกษา 4 ด้าน ได้แก่ (1) ด้านบุคลากร พบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับ ผู้อำนวยการและครูขาดความรู้ความเข้าใจ ครูสอนเสริมมีภาระงานมาก ครูเข้าสอนไม่ตรงเวลาและใช้เวลาในการสอนไม่เต็มที่ ครูให้บริการไม่ตรงกับความต้องการของเด็กที่มีความต้องการพิเศษและครูขาดความตระหนักและความสนใจที่จะพัฒนาตนเอง (2) ด้านงบประมาณ พบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการอนุมัติจ่ายเงินงบประมาณมีความล่าช้าไม่ตรงเวลาและไม่เพียงพอต่อการจัดการศึกษาให้กับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (3) ด้านวัสดุอุปกรณ์และสิ่งแวดล้อม พบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับโรงเรียนจัดสิ่งอำนวยความสะดวก สื่อ บริการและความช่วยเหลืออื่นใดทางการศึกษาไม่สอดคล้อง ไม่เหมาะสมและไม่เพียงพอต่อการจัดการเรียนร่วมและการจัดเตรียมอาคารสถานที่/ห้องเรียนไม่เหมาะสมกับการให้บริการกับเด็กที่มีความต้องการพิเศษ (4) ด้านการบริหารทั่วไป พบว่ามีปัญหาเกี่ยวกับการไม่ให้ความร่วมมือในการจัดการสอนเด็กที่มีความต้องการพิเศษ การไม่เข้าร่วมประชุม จำนวนครูสอนเสริมและบุคลากรทางการแพทย์มีน้อย การระบุประเภทของความพิการ การให้บริการตามบัญชี ค. ความรู้ความสามารถของครูสอนเสริม ระยะเวลาในการให้บริการสอนเสริมหรือการบำบัดฟื้นฟู การวัดและประเมินผลการเรียนรู้

2.  รูปแบบการบริหารจัดการคูปองการศึกษาที่เหมาะสมของโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมในภาคเหนือ ได้แก่ (1) ด้านบุคลากรควรมีการพัฒนาโดยการจัดอบรมเชิงปฏิบัติการจัดประชุมชี้แจง จัดทัศนศึกษาดูงาน ส่งเสริมการศึกษาค้นคว้าด้วยตนเอง การจัดสัมมนาและจับคู่โรงเรียนเรียนร่วม (2) ด้านงบประมาณ ควรมีการจัดหางบประมาณเพิ่มเติมและการส่งเสริมให้ครูผลิตสื่อด้วยตนเอง (3) ด้านวัสดุอุปกรณ์และสิ่งแวดล้อม ควรมีการปรับปรุงอาคารสถานที่ สภาพแวดล้อม สิ่งอำนวยความสะดวก สื่อและบริการในห้องเรียน ให้มีความสะอาด ปลอดภัย เหมาะสม และเอื้อต่อการจัดกิจกรรมการสอนเสริมหรือควรจัดห้องเรียนเอกเทศหรือจัดให้เด็กที่มีความต้องการพิเศษนั่งใกล้ครูสอนเสริม (4) ด้านการบริหารทั่วไป ควรมีการจัดตั้งทีมสหวิทยากร จัดตั้งศูนย์ประสานงาน ควรมีการออกนิเทศ กำกับและติดตามการจัดการเรียนร่วม ควรจัดทำแผนภูมิหรือตารางปฏิทินปฏิบัติงาน และควรลดภาระงานในหน้าที่ของครู

3.          รูปแบบการบริหารจัดการคูปองการศึกษาของโรงเรียนแกนนำจัดการเรียนร่วมในภาคเหนือมีความเหมาะสมทุกข้อ

Full Paper as PDF