JOURNAL
THE ASSOCIATION BETWEEN HEALTH-RELATED PHYSICAL FITNESS AND LIFESTYLE ACTIVITY AND EXERCISE IN THE PHYSICAL HEALTH AND BODY COMPOSITION STUDY AMONG PERSONNEL AND STUDENTS OF THE FACULTY OF NURSING, SWU
ความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะทางกายเพื่อสุขภาวะกับกิจวัตรประจำวันและการออกกำลังกาย ในการศึกษาสุขภาพกายและองค์ประกอบของร่างกายของบุคลากรและนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัยศรีนครินทรวิโรฒ

Purpose: The purpose of this study was to examine the health-related physical fitness, lifestyle activity, and body composition among personnel and students, faculty of nursing, Srinakharinwirot University.              

                Methods: This descriptive cross sectional study consisted of two hundreds samples including male and female age 17- 54 years old who are the personnel and students, Faculty of Nursing. The samples were divided into three groups using energy expenditure in kilocalorie per week (kcal/wk): 1) physically inactive, 2) lifestyle physical active, and 3) exercise. The instruments consisted of personal data sheet, Self-report Physical Activity (PA) questionnaire cover activities of the household, occupation, leisure-time, exercise, and transportation, and physical fitness evaluation using the cardio-respiratory endurance, body composition, muscular strength and endurance, and flexibility.      

        Results: The results showed that all participants were healthy with normal Body Mass Index (BMI). However they had higher waist circumference than standard. Students had normal average value of percent fat, while the personnel had higher value of percent fat than standard. The personnel presented higher value of average EE of LPA than students, while students presented higher value of PA EE in recreation and transportation. Also, the personnel indicated similar average EE and LPA in middle and vigorous level, household, and recreation. About 60% of students were inactive and one-third conducted exercise. Most personnel presented lifestyle active and half of them conducted exercise. In addition, instructors presented the highest value in household, while staff presented the highest value in occupation.  Average value of the health-related physical fitness among participants presented standard value (healthy), except, body flexibility presented under standard value.  Average value of cardio-respiratory endurance, body composition, muscular strength and endurance of lower extremity and upper extremity, and body flexibility were 115, 30.1, 47.92, 64.07 times per minute, and 1.48 inches, respectively. PA presented the highest statistically significance to upper extremity strength (.832*, p-value .01) and the least value of statistically significance to body flexibility (.620**, p-value = .01). The reliability value of the total EE indicated very good (.811, Lo bound 4.56 and Up bound 7.56)

Conclusion: Participants who conducted higher level of LPA or exercise have better health-related physical fitness than those who were inactive. 

วัตถุประสงค์  การวิจัยครั้งนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาความสัมพันธ์ระหว่างสมรรถนะทางกายเพื่อสุขภาวะกับกิจวัตรประจำวันและการออกกำลังกายของบุคลากรและนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ มหาวิทยาลัย

ศรีนครินทรวิโรฒ

วิธีดำเนินการวิจัย การวิจัยเชิงพรรณนาแบบตัดขวางนี้ประกอบด้วยกลุ่มตัวอย่างจำนวน 200 คนทั้งเพศหญิงและชายอายุ 17-54 ปี เป็นบุคลากรและนิสิตคณะพยาบาลศาสตร์ แบ่งเป็น 3 กลุ่มโดยใช้ค่าพลังงานกิโลแคลอรี่ต่อสัปดาห์ คือกลุ่มที่ไม่ค่อยมีกิจกรรมทางกาย กลุ่มกระฉับกระเฉงในชีวิตประจำวัน และกลุ่มออกกำลังกาย เครื่องมือที่ใช้ประกอบด้วยแบบสอบถามข้อมูลพื้นฐาน แบบสอบถามกิจกรรมทางกายครอบคลุมงานบ้าน การทำงาน นันทนาการ การออกกำลังกายและการเดินทาง และการประเมินสมรรถนะทางกายด้วยการวัดองค์ประกอบของร่างกาย ความแข็งแรงและความอดทนของกล้ามเนื้อ ความยืดหยุ่นของร่างกาย และความอดทนของระบบไหลเวียนโลหิตและหายใจ

                ผลการวิจัย  ผู้ร่วมวิจัยส่วนมากมีสุขภาพแข็งแรง มีค่าเฉลี่ยของดัชนีมวลกายอยู่ในระดับปกติ แต่มีค่าเฉลี่ยรอบเอวเกินเกณฑ์มาตรฐาน นิสิตมีค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นไขมันอยู่ในเกณฑ์ปกติ ขณะที่อาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนมีค่าเฉลี่ยเปอร์เซ็นไขมันเกินเกณฑ์ปกติ อาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนมีค่าเฉลี่ยพลังงานที่ใช้ในการทำกิจกรรมทางกายสูงกว่านิสิตพยาบาล แต่นิสิตมีค่าเฉลี่ยของกิจกรรมนันทนาการและการเดินทางสูงกว่าอาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุน ในขณะที่อาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนมีค่าเฉลี่ยกิจกรรมทางกายใกล้เคียงกันในระดับปานกลาง ระดับหนัก งานบ้าน และกิจกรรมนันทนาการ ประมาณร้อยละ 60 ของนิสิตพยาบาลไม่ค่อยมีกิจกรรมทางกาย และหนึ่งในสามเป็นกลุ่มออกกำลังกาย  อาจารย์และบุคลากรสายสนับสนุนส่วนใหญ่เป็นผู้มีความกระตือรือร้นในกิจวัตรประจำวัน ครึ่งหนึ่งเป็นกลุ่มออกกำลังกาย อาจารย์เป็นผู้มีค่าเฉลี่ยพลังงานที่ใช้ในการทำงานบ้านสูงสุด   ส่วนบุคลากรสายสนับสนุนเป็นผู้มีค่าเฉลี่ยพลังงานที่ใช้ในการทำงานสูงสุด ค่าเฉลี่ยของสมรรถนะทางกายเพื่อสุขภาวะของผู้ร่วมวิจัยอยู่ในเกณฑ์มาตรฐาน(สุขภาพดี) ยกเว้นความยืดหยุ่นของร่างกายต่ำกว่าเกณฑ์มาตรฐาน ค่าเฉลี่ยความอดทนของหัวใจและหายใจ องค์ประกอบของร่างกาย ความแข็งแรงของกล้ามเนื้อส่วนล่าง-ส่วนบน และความยืดหยุ่น เท่ากับ 115, 30.1, 47.92, 64.07 ครั้งต่อนาทีและ1.48 นิ้วตามลำดับ กิจกรรมทางกายมีความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติมากที่สุดกับความแข็งแรงของร่างกายส่วนบน (.832, p-value = .01) และมีค่าความสัมพันธ์อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติน้อยที่สุดกับความยืดหยุ่นของร่างกาย (.620**, p-value = .01) มีค่าความเชื่อมั่นของพลังงานทั้งหมดที่ใช้ในการปฏิบัติกิจวัตรประจำวันอยู่ในระดับดีมาก (.811, Lo bound 4.56 และ Up bound 7.56)

สรุปผลการวิจัย บุคคลที่ปฏิบัติกิจกรรมในกิจวัตรประจำวันหรือออกกำลังกายมากกว่ามักมีสมรรถนะทางกายดีกว่าบุคคลที่ปฏิบัติกิจกรรมในกิจวัตรประจำวันหรือออกกำลังกายน้อย 

Full Paper as PDF