JOURNAL
EFFECT OF HEALTH EDUCATION ACTIVITIES ON HIGH LIPID FOOD CONSUMPTION BEHAVIOR OF PEOPLE IN BAN BUENGKALAM, ONGKHARAK DISTRICT, NAKHON NAYOK PROVINCE
ผลของกิจกรรมสุขศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารไขมันสูงของประชาชน บ้านบึงกล่ำ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก

The purpose of this research was to study the effect of health education activities on high lipid food consumption behavior of people in Ban Buengkalam, Ongkharak District, Nakhon Nayok Province. The study design was one group pre-test post-test design. The study samples were fifty people in Ban Buengkalam, Ongkharak District, Nakhon Nayok Province who were willing to enroll in this study. Health belief model and social support were applied in each health education activities.  High lipid food consumption behavior consisted of knowledge, attitude and practice on high lipid food consumption.  The research instruments were health education activities and high lipid food consumption behavior questionnaires. Percentage, mean, standard deviation and dependent samples t-test were applied for data analysis. The results indicated that after participating in the health education activities, the people had significantly better knowledge, attitude and practice on high lipid food consumption than before participating in the health education activities at the 0.01 level. Therefore, health education activities should be performed among these people for continued enhancing their appropriate knowledge, attitude and practice on high lipid food consumption.

การวิจัยนี้มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของกิจกรรมสุขศึกษาที่มีต่อพฤติกรรมการบริโภคอาหารไขมันสูงของประชาชนบ้านบึงกล่ำ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายก รูปแบบการศึกษาเป็นการศึกษากลุ่มเดียวแบบทดสอบก่อนและหลัง (One group pre-test post-test design) กลุ่มตัวอย่างเป็นประชาชนบ้านบึงกล่ำ อำเภอองครักษ์ จังหวัดนครนายกที่ยินดีเข้าร่วมการศึกษานี้ จำนวน 50 คน แบบแผนความเชื่อด้านสุขภาพและแรงสนับสนุนทางสังคมได้ถูกนำมาใช้ในแต่ละกิจกรรมสุขศึกษา พฤติกรรมการบริโภคอาหารไขมันสูงประกอบด้วย ความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริโภคอาหารไขมันสูง เครื่องมือที่ใช้ในการศึกษานี้ ได้แก่  กิจกรรมสุขศึกษา และแบบสอบถามพฤติกรรมการบริโภคอาหารไขมันสูง วิเคราะห์ข้อมูลโดยการหาค่าร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐาน และการทดสอบค่าที (Dependent samples t-test) ผลการศึกษาพบว่า ภายหลังเข้าร่วมกิจกรรมสุขศึกษา ประชาชนมีความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริโภคอาหารไขมันสูงดีกว่าก่อนเข้าร่วมกิจกรรมสุขศึกษาอย่างมีนัยสำคัญทางสถิติที่ระดับ 0.01 ดังนั้นควรจัดกิจกรรมสุขศึกษาเพื่อส่งเสริมความรู้ เจตคติ และการปฏิบัติเกี่ยวกับการบริโภคอาหารไขมันสูงที่ถูกต้องในประชาชนอย่างต่อเนื่อง

Full Paper as PDF