JOURNAL
EFFECT OF LEISURE PROGRAM FOR PROMOTING WELL-BEING OF VISUALLY IMPAIRED STUDENTS
ผลของโปรแกรมการใช้เวลาว่างเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น

~~The purposes of this quasi - experimental research were to investigate effects of Leisure program for promoting well – being and to assess satisfaction of visually impaired students with leisure program. Subjects were 30 students with visually impaired who study grade 7-9 at the Bangkok School for the Blind. They were selected by purposive sampling.
     Research instruments were:- 1) a self-designed leisure program for promoting well- being which the face validity was approved by 7 leisure experts; 2) the assessment leisure program in promoting well- being questionnaire; and 3) a self-administered questionnaire for evaluating well- being satisfaction to the leisure program. The content validity of both questionnaires were approved by 7 experts. Both Index of congruences were in the range of 0.8 – 1.0. The test-retest method to find the reliability of both questionnaires were 0.86 and 0.82 respectively. Data were analyzed by using computer program package to compute frequencies, percentage, mean, standard deviation and   t - test for testing the differences before and after experiment in 8 weeks.
     Findings were found that visually impaired students high satisfied to the leisure program. After the eighth weeks of experiment, visually impaired students had better changes in both  the overall  well - being  at the  statistical  level of .05.
 

~~การวิจัยแบบกึ่งทดลองนี้ มีวัตถุประสงค์เพื่อศึกษาผลของโปรแกรมการใช้เวลาว่างเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นและประเมินความพึงพอใจของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นที่มีต่อโปรแกรมการใช้เวลาว่าง  กลุ่มตัวอย่างคือ นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นที่ศึกษาอยู่ชั้นมัธยมศึกษาปีที่ 1-3 ของโรงเรียนสอนคนตาบอดกรุงเทพฯ จำนวน 30 คน ซึ่งได้มาโดยการสุ่มตัวอย่างแบบเฉพาะเจาะจง
     เครื่องมือที่ใช้ในการวิจัยนี้ คือ 1) โปรแกรมการใช้เวลาว่างเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น ซึ่งได้ผ่านการตรวจสอบหาค่าความเที่ยงตรงเชิงเนื้อหาจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 7 ท่าน 2) แบบวัดสุขภาวะที่มีความสัมพันธ์กับโปรแกรมการใช้เวลาว่างของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น ที่ผู้วิจัยสร้างขึ้น และ 3) แบบสอบถามความพึงพอใจของการเข้าร่วมโปรแกรมการใช้เวลาว่างเพื่อส่งเสริมสุขภาวะของนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นจากผู้เชี่ยวชาญจำนวน 5 ท่าน มีค่าดัชนีความสอดคล้องอยู่ในช่วง 0.8 – 1.0 และหาค่าสัมประสิทธิ์สหสัมพันธ์หาความเชื่อมั่น โดยวิธี Test - Retest มีค่าเท่ากับ 0.86 และ 0.82 ตามลำดับ วิเคราะห์ข้อมูลโดยใช้โปรแกรมคอมพิวเตอร์สำเร็จรูป คำนวณหาค่าความถี่ ร้อยละ ค่าเฉลี่ย ส่วนเบี่ยงเบนมาตรฐานและ t-test ทดสอบความแตกต่างก่อนและหลังการทดลอง 8 สัปดาห์
      ผลการวิจัยพบว่า นักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็นมีความพึงพอใจต่อการเข้าร่วมโปรแกรมการใช้เวลาว่างโดยรวมอยู่ในเกณฑ์ระดับมาก ภายหลังการทดลองการเข้าร่วมโปรแกรมการใช้เวลาว่างนักเรียนที่มีความบกพร่องทางการเห็น มีการเปลี่ยนแปลงสุขภาวะโดยรวม อย่างมีนัยสำคัญทางสถิติกับก่อนการทดลองที่ระดับ .05
 

Full Paper as PDF